วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

โซเชียลเน็ตเวิร์ค

โซเชียลเน็ตเวิร์ค
ตอนนี้ใครๆก็พูดถึงเรื่องโซเชียล เน็ตเวิร์ค หรือสังคมเครือข่ายบนระบบอินเทอร์เน็ต ว่าทำให้สังคมของเราเปลี่ยนแปลงไปในหลายๆด้านภายในเวลาอันรวดเร็ว การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น กิจกรรมทางการตลาด การโฆษณาสินค้า การขายสินค้า หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวทางการเมือง การเผยแพร่แนวคิดทางการเมือง ตอนนี้เขาใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค เป็นเครื่องมือกันทั้งนั้น เพราะมันรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่นาทีสามารถเผยแพร่ข้อมูลไปถึงคนจำนวนมากมายให้รับรู้ได้ แถมถูกสตางค์ด้วย
ข้อสำคัญคนจำนวนมากชอบที่จะเป็นสมาชิกของโซเชียล เน็ตเวิร์ค กันเหลือเกิน ใครไม่เป็นสมาชิกเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งของโซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่ว่านี้จะถูกมองว่าเป็นคนเชย ไม่ทันสมัย แถมพอเป็นสมาชิกแล้วก็ต้องหาทางดึงเอาคนอื่นเข้ามาเป็นเครือข่ายของตนเองอีก เครือข่ายชนิดนี้จึงเติบโตอย่างรวดเร็วเครือข่ายดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง Facebook คุยว่าเครือข่ายของเขามีสมาชิกมากกว่า 250 ล้านคนทั่วโลกในขณะนี้ชุมชนใหญ่ขนาดนี้ไม่ถือโอกาสขายสินค้าหรือถือโอกาสเผยแพร่ความคิดต่างๆก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงแล้ว    โซเชียล เน็ตเวิร์ค จึงมีผลทำให้โลกเปลี่ยนไปด้วยเหตุนี้
แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ
ภายใต้ผลประโยชน์ที่มนุษย์ได้รับจากโซเชียล เน็ตเวิร์ค มนุษย์ก็มีสิ่งที่ต้องจ่ายด้วยเช่นกัน
คงจำกรณี ล่าแม่มดและ ตามล่าคนล่าแม่มดที่เกิดขึ้นในบ้านเราเมื่อไม่นานมานี้ได้ และผมคิดว่าท่านคงพอจะนึกออกว่าคนที่ ถูกล่าจะอยู่ในสภาพเช่นไร หรืออย่างในกรณีผู้ชายฝรั่งคนหนึ่ง มีลูกมีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่ดันไปหลอกสาวอีกคนแต่งงานด้วย จัดพิธีซะหรูหราใหญ่โต แล้วเอารูปงานแต่งงานกับสาวคนใหม่ไปลงในเว็บซะโก้ไปเลย สุดท้ายไม่โก้ครับ เพราะมีคนหวังดีส่งรูปนั้นผ่านทางโซเชียล เน็ตเวิร์ค ไปให้เมียดู ผลลงเอยอย่างไรไม่บอกก็คงรู้  แพตตี้ วาลเก้นเบิร์ก และโฮเก้น ปีเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม ได้ศึกษาผลกระทบที่ตามมาจากการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค ของวัยรุ่น ตั้งแต่ช่วงปี 1990 เป็นต้นมา และรายงานผลการศึกษาของเขาในวารสาร Current Direction in Psychological Science เมื่อตอนต้นปี 2009 เขาพบว่าการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค ก่อให้เกิดทั้งข้อดีและข้อเสียต่อวัยรุ่น

ข้อดีที่เขาพบก็คือ ทำให้วัยรุ่นที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนของตนเองต่อสังคมมีที่ทางที่จะเปิดเผยตัวเองมากขึ้น ทำให้วัยรุ่นเหล่านี้มีความกล้า มีความมั่นใจที่จะแสดงตัวตนออกมา เพราะการเขียนเล่าสิ่งที่ตัวเองคิดลงในโซเชียล เน็ตเวิร์ค ไม่กดดันพวกเขาเหมือนกับการพูดสดๆต่อหน้าคนอื่น
ข้อดีอีกอย่างที่เขาพบก็คือ การใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค ช่วยทำให้วัยรุ่นรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนๆเอาไว้ได้ นั่นก็คือหากเขามีเพื่อนอยู่แล้ว การใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนอยู่เป็นประจำจะทำให้เขายังคงความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนเอาไว้ได้ วัยรุ่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนในแบบพบหน้าค่าตากันประจำ จะมองว่าโซเชียล เน็ตเวิร์ค เป็นเพียง ตัวช่วยในการรักษาสัมพันธภาพกับเพื่อนเอาไว้ เขาไม่พบว่าโซเชียล เน็ตเวิร์ค คือเครื่องมือที่มีคุณภาพในการแสวงหาเพื่อนใหม่ของวัยรุ่น และเขายังแสดงความเห็นในบทสรุปของรายงานการวิจัยของเขาว่า แม้โซเชียล เน็ตเวิร์ค จะมีข้อดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันข้อเสียต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในโลกของโซเชียล เน็ตเวิร์ค ได้ เช่น การถูกข่มขู่ ถูกด่าทอ หรือถูกประจานให้อับอาย เป็นต้น
มันจึงช่วยยืนยันคำว่าเหรียญมีสองด้าน
นิตยสาร Scientific American Mind ฉบับประจำเดือนมกราคม/กุมภาพันธ์ 2010 ได้ตีพิมพ์บทความเรื่องโซเชียล เน็ตเวิร์ค ของเดวิด ไดซาลโว ซึ่งได้กล่าวถึงลักษณะของผู้ที่ชื่นชอบการท่องไปในโลกของโซเชียล เน็ตเวิร์ค แบบลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้นว่ามีอยู่สองพวก
พวกแรกคือ พวกหักห้ามใจตนเองไม่ได้ (Compulsive Trait)
พวกนี้จะแวะเวียนเข้าไปดูความเคลื่อนไหวในโซเชียล เน็ตเวิร์ค แทบจะตลอดเวลา เพราะการเข้าไปดูจะทำให้พวกเขาได้รับความพึงพอใจบางอย่าง ในที่สุดพวกนี้จะติดการท่องไปในโซเชียล เน็ตเวิร์ค เพราะไม่สามารถควบคุมความอยากของตัวเองได้ และคนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ
พวกที่สองก็คือ พวกหลงตัวเอง (Narcissistic Trait)
พวกนี้จะรู้สึกว่าตัวเองเก่ง ชอบแสดงกื๋น ชอบแสดงความเห็น โซเชียล เน็ตเวิร์ค คือเวทีอันน่าพิสมัยยิ่งสำหรับพวกเขา พวกเขาจะแวะเวียนไปตามพื้นที่ต่างๆในโซเชียล เน็ตเวิร์ค แล้วไปแสดงความคิดเห็นเอาไว้เพื่อให้คนอื่นได้เห็น ได้อ่าน ทั้งนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า ผมเก่งนะคร้าบ
เดวิด ไดซาลโว ได้ตบท้ายบทความชิ้นนี้ของเขาด้วยคำพูดของจอห์น คาซิออปโป นักประสาทวิทยาศาสตร์ทางสังคม (Social Neuroscientist) แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกว่า
ความสัมพันธ์แบบเห็นหน้าค่าตามีความจำเป็นต่อความเป็นมนุษย์ เพราะให้สิ่งต่างๆที่จำเป็นสำหรับความเป็นมนุษย์ได้มากกว่าความสัมพันธ์ทางโซเชียล เน็ตเวิร์ค และสมองของมนุษย์ต้องการสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดคือแง่มุมต่างๆของโซเชียล เน็ตเวิร์ค ถึงตรงนี้ผมได้เล่าถึงรายละเอียดทั้งหลายของเหรียญทั้งสองด้านให้ท่านฟังแล้ว ท่านก็พิจารณากันเอาเองว่าจะเลือกด้านไหนของเหรียญดี หรือเลือกทั้งสองด้านก็สุดแต่ท่านจะเห็นสมควร

อยากมีแฟนดีดี

คิดมาก

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีทําให้ผมยาวเร็ว วิธีเร่งผมยาว

วิธีทําให้ผมยาวเร็ว วิธีเร่งผมยาว
อาหารการกิน เคล็ดลับ วิธีทําให้ผมยาวเร็ว วิธีเร่งผมยาว
วิธีทําให้ผมยาวเร็ว มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งในการทำให้ผมยาวเร็วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้  อาหารการกิน ในการที่จะทำให้ผมยาวเร็วนั้น อาหารก็มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอาหารนี้ล่ะ ที่จะช่วยให้ร่างกายทุกส่วนของเราเจริญเติบโต เช่นเดียวกับเส้นผมของเรา ถ้าได้รับอาหารที่มีประโยชน์ก็จะทำให้ผมของเราแข็งแรง ดกดำ เงางาม และยาวเร็วขึ้นอีกด้วย
โปรตีน : เคล็ดลับ วิธีทําให้ผมยาวเร็ว
ซึ่งอาหารที่ทำให้ผมของเรายาวเร็วนั้นได้แก่ พวกโปรตีน เพราะสารอาหารที่เป็นพวกโปรตีนนั้นสามารถปกป้องและซ่อมแซมเส้นผมของเราได้ โดยจะช่วยลดการหลุดร่วงและการแตกหักของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง และยาวเร็วขึ้นได้ กินปลา  พืชผักใบเขียว และบลูเบอรี่เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และทำให้เลือดเหล่านั้นไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งเส้นผมด้วย ทำให้ผมของเรามีชีวิตชีวาขึ้น และทำให้เส้นผมแข็งแรง
ครีมนวด กับ ยาสระผม : เคล็ดลับ วิธีทําให้ผมยาวเร็ว
นอกจากอาหารพวกนี้แล้ว ก็ยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่ทำให้ผมยาวเร็ว นั้นก็คือ การเลือกครีมหรือยาสระผมให้เหมาะกับหนังศีรษะของเรา เพราะคนเรานั้นมีหนังศีรษะที่ไม่เหมือนกัน บางคนเป็นคนแพ้ง่าย ซึ่งจะใช้ยาสระผมไม่เหมือนกัน ควรเลือกให้เหมาะกับหนังศีรษะและเส้นผมของตนเองเป็นดีที่สุด และในการสระผมนั้นควรมีการนวดศีรษะด้วย เพราะการนวดหนังศีรษะนั้นช่วยกระตุ้นการไหลของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น  ทำให้ผมของเรายาวเร็วขึ้น
แต่ในการสระผมไม่ควรที่จะเกาหนังศีรษะแรงๆ เพราะอาจทำให้หนังศีรษะเราเป็นแผลได้ และในการสระผมนั้นควรมีการใช้ครีมนวดหรือทรีทเม้นท์ผมประกอบด้วย เพราะจะทำให้ผมเรานุ่มลื่นขึ้นและไม่ขาดร่วงง่าย ทำให้ผมแข็งแรง ดูมีน้ำหนัก แต่ถ้าใครต้องการเลือกผมยาวเร็วก็ควรเลือกยาสระผมหรือครีมนวดที่ช่วยเร่งผมยาวประกอบด้วย จะเห็นผลยิ่งขึ้น และในการแปรงผมนั้นควรแปรงให้ถูกวิธี เพราะถ้าเราแปรงไม่ถูกวิธีจะทำให้ผมเราขาดหลุดร่วงได้ และไม่ควรหวีหรือแปรงผมในขณะที่ผมเปียก เพราะจะทำให้เส้นผมแตกหักได้
ตัดเล็มปลายผม : เคล็ดลับ วิธีทำให้ผมยาวเร็ว
ควรมีการตัดผมบ้าง เพราะการเล็มผมบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ผมยาวเร็วขึ้นและยังถือว่าเป็นการกำจัดผมแตกปลายไปในตัวอีกด้วย
ทำให้เลือดไหลเวียนถึงหัว : เคล็ดลับ วิธีทำให้ผมยาวเร็ว
ควรมีการออกกำลังให้กับเส้นผมด้วย ด้วยวิธีการก้มศีรษะ เพราะการก้มศีรษะหรือห้อยหัวนั้นทำให้เลือดไหลเวียนไปยังศีรษะ ทำให้ผมแข็งแรงและยาวเร็วได้เช่นเดียวกัน
ไม้ตายสุดท้าย ต่อผม : เคล็ดลับ วิธีทําให้ผมยาวเร็ว
ถ้าใครที่ต้องการเร่งผมยาวทันใจ ภายในวันสองวันนั้นก็ต้องต่อผม เพราะวิธีเร่งผมยาวอื่นๆ คงไม่สามารถช่วยคุณได้ และในการต่อผมนั้นควรเลือกร้านที่น่าเชื่อถือได้เท่านั้น
เมื่อรู้เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็วกันแล้ว ก็ลองนำไปทำกันดูนะ รับรองว่าคุณจะมีผมยาวได้ดั่งใจแน่นอน และแถมด้วยสุขภาพผมที่แข็งแรง ดกดำ มีน้ำหนัก สลวยสวยงาม

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

ช้าง

สัตว์บกที่ใหญ่ที่สุด

ช้างคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกที่ตัวใหญ่ที่สุด ช้างมีอยู่ 3 ชนิด คือ ช้างทุ่งแอฟริกา ช้างป่าแอฟริกา และช้างเอเชีย ชนิดที่ตัวใหญที่สุดคือ ช้างทุ่งแอฟริกา ตัวผู้ที่โตเต็มที่มีน้ำหนักมากถึง 7,500 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่าผู้ใหญ่ร้อยคนรวมกัน เมื่อยืนจะมีความสูงถึงไหล่ประมาณ 4 เมตร ช้างอาจกิน ใบไม้ กิ่งไม้ และผลไม้ มากกว่าวันละ 300 กิโลกรัม

ช้างแอฟริกา (อังกฤษ: Africa Elephant) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากหลักฐานฟอสซิลที่ค้นพบทำให้ทราบว่า ช้างแอฟริกาอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกามาตั้งแต่ยุคพลิโอซีน ตัวผู้มีความสูงในขณะยืนประมาณ 3.64 เมตร (12 ฟุต) โดยวัดจากหัวไหล่ และมีน้ำหนักประมาณ 5455 กิโลกรัม (12000 ปอนด์) ในขณะที่เพศเมียมีความสูงในขณะยืนประมาณ 3 เมตร (10 ฟุต) และมีน้ำหนักประมาณ 3636 ถึง 4545 กิโลกรัม (8000 ถึง 10000 ปอนด์)

ช้างเอเชีย (Asian Elephant) จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิด Elephas maximus ในวงศ์ Elephantidae มีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา(Loxodonta africana) รวมทั้งมีใบหูขนาดเล็กกว่า ตัวสีเทา จมูกยื่นยาวเรียกว่า งวง โดยงวงของช้างเอเชียจะมีเพียงจะงอยเดียว ต่างจากช้างแอฟริกาที่มี 2 จะงอย ตัวผู้มีงายาวเรียก ช้างพลาย ถ้าไม่มีงาเรียก ช้างสีดอ ในฤดูผสมพันธุ์มีอาการดุร้ายมาก ตัวเมียเรียก ช้างพัง ส่วนใหญ่ไม่มีงาปรากฏให้เห็น แต่บางตัวมีงาสั้น ๆ ซึ่งเรียกว่า ขนาย โผล่ออกมา ซึ่งงาของช้าแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. งาปลี มีลำใหญ่วัดรอบประมาณ 15 นิ้ว แต่ยาวไม่มาก
2. งาหวาย หรืองาเครือ ขนาดวัดโดยรอบประมาณ 14 นิ้ว แต่ยาวรี
ช้างเป็นสัตว์กินพืช อยู่รวมกันเป็นโขลง มีช้างพังอายุมากเป็นจ่าโขลง ช้างเอเชียส่วนใหญ่มีขนาดความสูงประมาณ 2-4 เมตร (7-12 ฟุต) และมีน้ำหนักประมาณ 3,000 - 5,000 กิโลกรัม (6,500-11,000 ปอนด์) ช้างเมื่อโตเต็มที่จะกินอาหารวันหนึ่งประมาณ 200 กิโลกรัม
ช้างเอเชีย แบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์ย่อย (Subspecies) ได้ดังนี้
• ช้างศรีลังกา (Elephas maximus maximus) จะมีรูปร่างขนาดใหญ่ ตัวสีดำ ขนาดใบหูใหญ่และมีสีกระจายมากบริเวณใบหู ใบหน้า งวงและลำตัว มักจะเป็นช้างสีดอหรือไม่มีงา เป็นช้างที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติเฉพาะในเกาะซีลอนหรือเกาะลังกา ซึ่งในปัจจุบันเป็นประเทศศรีลังกาเท่านั้น ช้างเอเชียพันธุ์ศรีลังกาตัวผู้ หรือช้างพลายส่วนใหญ่จะเป็นช้างสีดอ คือไม่มีงาคงมีแต่ขนายซึ่งเป็นงาขนาดเล็กโตประมาณเท่าข้อมือ (เส้นรอบวงประมาณ 15-20 เซนติเมตร) ช้างเอเชียพันธุ์ศรีลังกาตัวผู้หรือช้างพลายมีงาน้อยมาก ส่วนตัวเมียเหมือนช้งเอเชียพันธุ์อื่นคือไม่มีงาแต่มีขนายเท่านั้น
• ช้างอินเดีย (Elephas maximus indicus) ขนาดตัวจะเล็กกว่าชนิดแรก สีตามจุดต่างๆ จางกว่า เป็นช้างที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติ บนผืนแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชียได้แก่ เนปาล ภูฐาน อินเดีย พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา แคว้นยูนานในประเทศจีน และมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยนั้นมีช้างเอเชียพันธุ์อินเดียกระจัดกระจายอยู่ในป่าตามธรรมชาติทั่วทุกภาคของประเทศ
• ช้างสุมาตรา (Elephas maximus sumatranus) มีขนาดตัวเล็กที่สุด สีผิวจางมากที่สุด พบในมาเลเซีย เกาะสุมาตรา
ช้างเอเชีย จัดเป็นสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้ใช้งานประเภทต่าง ๆ มาแต่โบราณ เช่น ใช้เป็นพาหนะ ลากซุง หรือแม้แต่ในการสงคราม โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนับถือช้างเป็นสัตว์ชั้นสูง โดยจะปรากฏเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ธงรูปช้าง ตำราคชลักษณ์ เป็นต้น
ช้างถูกใช้ในประเพณีต่าง ๆ รวมทั้งเป็นราชพาหนะและสิ่งประดับบารมีของพระมหากษัตริย์ โดยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่มีช้างเผือกไว้ในครอบครอง ถือว่าเป็นกษัตริย์ที่มีบุญบารมี เฉกเช่น สมเด็จพระจักรพรรดิราชในคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท